~Colors of The Wind~

Colors of The Wind

You think I’m an ignorant savage

คุณคิดว่าฉันเป็นคนไร้การศึกษาและโหดร้าย

And you’ve been so many places

และคุณไปที่ต่างๆมาแล้วมากมาย

I guess it must be so

ฉันคิดว่ามันจะต้องใกล้มาก

But still I cannot see

แต่ในขณะนี้ ฉันมองไม่เห็น

If the savage one is me

ถ้าคนที่โหดร้ายคือฉัน

Now can there be so much that you don’t know?

ตอนนี้มันสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณไม่รู้ ?

You don’t know …

คุณไม่รู้…

You think you own whatever land you land on

คุณคิดคุณเป็นเจ้าของอะไรก็ตามที่คุณค้นพบ

The Earth is just a dead thing you can claim

โลกเป็นแค่สิ่งที่ไม่มีชีวิต ที่คุณสามารถเรียกร้อง

But I know every rock and tree and creature

แต่ฉันรู้จักทุกๆ ก้อนหิน ต้นไม้และสิ่งมีชีวิต

Has a life, has a spirit, has a name

ว่ามีชีวิต มีวิญญาณ มีชื่อ

You think the only people who are people

คุณคิดว่าเพียงแค่คน ใครคือคน

Are the people who look and think like you

ใครคือพวกคนที่มองและคิดเหมือนคุณ

But if you walk the footsteps of a stranger

แต่ถ้าคุณก้าวเท้าเดินเหมือนคนแปลกหน้า

You’ll learn things you never knew you never knew

คุณจะได้เรียนรู้สิ่งต่างที่คุณไม่เคยรู้ คุณไม่เคยรู้

Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon

คุณเคยได้ยินเสียงหมาป่าหอนท่ามกลางพระจันทร์สีฟ้าหรือไม่ ?

Or asked the grinning bobcat why he grinned?

หรือจะฆ่าแมวป่า ทำไมเขาต้องฆ่าสัตว์ ?

Can you sing with all the voices of the mountains?

คุณสามารถร้องเพลงด้วยเสียงทั้งหมดของหุบเขาได้หรือไม่ ?

Can you paint with all the colors of the wind?

คุณสามารถระบายสีทั้งหมดลงบนสายลมได้หรือไม่ ?

Can you paint with all the colors of the wind?

คุณสามารถระบายสีทั้งหมดลงบนสายลมได้หรือไม่ ?

Come run the hidden pine trails of the forest

มาวิ่งและหลบเข้าไปในต้นสนตามรอยของป่าไม้

Come taste the sunsweet berries of the Earth

มาชิมลูกเบอร์รี่ที่หวานหอมของโลก

Come roll in all the riches all around you

มาปล้นพวกคนรวยที่เข้ามาอยู่รอบๆตัวคุณ

And for once, never wonder what they’re worth

ในครั้งหนึ่ง,,,มันไม่สวยงามเท่ากับที่มันมีค่าทางจิตใจ

The rainstorm and the river are my brothers

พายุฝนและแม่น้ำคือพี่ชาย,น้องชายของฉัน

The heron and the otter are my friends

นกกระสาและนากน้ำคือเพื่อนของฉัน

And we are all connected to each other

และพวกเราเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน

In a circle, in a hoop that never ends

ในวัฏจักร ในวงแหวนที่ไม่มีวันจบสิ้น

How high will the sycamore grow?

ต้นซินคะมอร์เมเปิ้ลจะเติบโตได้สูงเท่าไหร่ ??

If you cut it down, then you’ll never know

ถ้าคุณตัดมันลงไปก่อน คุณก็จะไม่มีวันรู้

And you’ll never hear the wolf cry to the blue corn moon

และคุณจะไม่มีทางได้ยินเสียงหมาป่าหอนท่ามกลางพระจันทร์สีฟ้า

For whether we are white or copper skinned

สำหรับเราทั้งคู่ ไม่ว่าเราจะมีผิวขาวหรือผิวสองสี

We need to sing with all the voices of the mountains

เราต้องการจะร้องเพลงกับเสียงทั้งหมดของหุบเขา

We need to paint with all the colors of the wind

เราต้องการที่จะระบายสีทั้งหมดลงบนสายลมให้ได้

You can own the Earth and still

คุณสามารถเป็นเจ้าของโลกทั้งใบและในขณะนี้

All you’ll own is Earth until

คุณสามารถเป็นเจ้าของโลกทั้งใบจนกระทั่ง

You can paint with all the colors of the wind

คุณสามารถระบายสีทั้งหมดลงบนสายลมได้

Advertisements

สิ่งที่สวยงามมักจะอยู่ไกลออกไป

สิ่งที่สวยงามมักจะอยู่ไกลออกไป

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ

 

รูปภาพ ผู้คน หรือสรรพสัตว์

เราจะมองมันสวยงามต่อเมื่อมันอยู่ไกล

หากจะเข้าใกล้เมื่อไร ก็ต้องเจอตำหนิทันที

เพราะทุกสิ่งที่สวยงามจะอยู่ห่างออกไป

รถหรู คอนโด หรือ คฤหาสน์

อยากได้ อยากมี มาเป็นของข้างกาย

เราแหงนมองมัน ด้วยน้ำลายสอกระหาย

แต่พอได้มา ก็อยากจะขออันใหม่

หน้าที่ การงาน สวัสดิการสังคม

เราทำงานแทบตาย เพื่อจะหาวันขยาย

แต่พอได้รับมา ก็ต้องเพียรทำต่อไป

เลือดตากระเซ็นกระซอนขอขั้นใหม่

เราเจอ สตรีงาม นางหนึ่ง

เที่ยวเกี้ยวพาราสีทำตัวดี เพื่อจะรอวันนี้

วันที่เราสองนอนกอดเคียงร่วมฤดี

แต่เธอกลับ สวยไม่พอ แล้วหรือไร

มองรอบตัว

เจอแต่ของขุ่นมัว

มันจะไม่มีวันไหน ที่เราจะพอใจกับสิ่งใด

เพราะทุกสิ่งที่แสนดีมักจะอยู่ไกลออกไป

นโปเลียน อยากมาให้ถึง ชมพูทวีป

เพราะฝรั่งเศสไม่มีเครื่องเทศ หรือชาอัสสัม

แต่แล้วก็ต้องจบลงที่รัสเซีย เมื่อผ่านอัมสเตอร์ดัม

ได้แต่ฝันถึงดินแดนที่อยู่ห่างหมื่นไมล์

มนุษย์ยุคหิน อยากกินของร้อนๆ จากเตาอบ

บางทีเขาขี้เกียจเดิน เขาอยากจะนั่งในรถ

แต่พออากาศมันร้อน ก็เปิดแอร์ให้เย็นดังสวรรค์

วิวัฒนาการจะจบน่ะไม่มีวัน

มองรอบตัว

เจอแต่ของขุ่นมัว

มันจะไม่มีวันไหน ที่เราจะพอใจกับสิ่งใด

เพราะทุกสิ่งที่แสนดีมักจะอยู่ไกลออกไป

เพราะทุกสิ่งที่สวยงามจะอยู่ไกลออกไป

uou(Lie)

นอน…

ปิดตาหลับแล้วก็ขับตานอน 
สี่โมงเย็นลุกออกจากเตียงเริ่มต้นชีวิตอีกตอน 
ตามที่พระท่านสอนท่านสั่งท่านสอนประสาทสนพร
โลกมนุษย์ปุถุชนก็ไม่ต่างจากละคร 
ลุ่มร้อนลุ่มหลงล้วนแต่แฝงด้วยประสงค์ 
บ้างติดการพนัน บ้างก็หันไปติดผง 
บางคนก็ไม่สนที่เอ็นต์ไม่ติดจุฬา
คิดว่าโชคดีนักหนาเท่าไรแล้วที่มีบุญได้เกิดมา
ยังไม่มีภรรยาก็ไม่ถึงกับพรรณนา
ไม่มีแก้วแหวนเงินทองก็ไม่เดือดร้อนร้องขอกับจันทรา 
จันทร์เจ้าขาฉันไม่ขอข้าวขอแกงฉันไม่ขอแหวนทองแดง 
ขอแค่พรุ่งนี้ให้ฉันยังมีแรง ต่อสู้ 
กับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาให้กายใจฉันยังไม่อ่อนล้า 
กับเรื่องราวที่ทำเธอเป็นเหน็บชา 
เหนื่อยนัก ถ้าอยากจะพักก็ปิดตา 
ล้มตัวลงนอนให้ใจพักผ่อนกับกายา la la


ไม่มีใครรักไม่มีใครสน แค่คิดถึงฝันฉันก็สุขล้น 
เท่านี้ฉันก็เพียงพอและไม่เสียใจ 
ก็มีหนึ่งวันที่คนจะสน และในวันนั้นตัวฉันคงหลุดพ้น 
ปล่อยใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอนอนก่อน

i’m so young อย่าเพิ่งพากันชังอยากให้เปิดใจฟัง 
อย่าเพิ่งเดินหนีปิดประตูปังๆ ดังๆ 
บ้างครั้งที่ผมน่ะดื้อรั้น ที่ผมทำผิดพลั้ง ที่ผมทำความผิดซ้ำ 
ย้ำ ตอก ให้คนพากันมองผ่านผู้ใหญ่
มองดูแค่เปลือกแล้วบอกว่าผมไม่เอาถ่าน 
ไม่ยอมอ่านถึงเบื้องลึก ถึงจิตใจ
ไม่ทันได้มองสักนิดไม่ทันใกล้ชิดก็ปิดไฟ 
แล้วจากไป ทำใจ อยู่ลำพัง ไม่เป็นไรใครไม่ฟัง 
จะทำยังไงก็ในเมื่อชีพยังไม่พัง ทลาย ยังไม่ตาย 
ยังไม่วายยังไม่คลายหน้าไม่อายตาไม่ลายลูกผู้ชาย
จะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 
ล้มแล้วยังลุกได้มีแต่ความตายเท่านั้นที่แพ้พ่าย 
ตลอดกาล ข้ามมหันนพสายธาร 
ปลิดปลงแต่วิญญานแล้วเสพซึ้งถึงนิพพาน

ไม่มีใครรักไม่มีใครสน แค่คิดถึงฝันฉันก็สุขล้น 
เท่านี้ฉันก็เพียงพอและไม่เสียใจ 
ก็มีหนึ่งวันที่คนจะสน และในวันนั้นตัวฉันคงหลุดพ้น 
ปล่อยใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอนอนก่อน

ก็เดินไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง 
ที่พอทำอะไรผิดแล้วเอาแป๊ะเจี๊ยะมาใส่ซอง 
ไม่มีบ้านหลังใหญ่ ไม่มีรถซีตรอง 
แต่กายมือเท้าฉันยังอยู่ครบครันทั้ง สามสิบสอง 
ได้ครอบครองทางเดิน ชีวิตของตัวเอง 
ไม่ต้องขมขื่นฝืนทนกล้ำกลืนแม้ว่ามันจะวังเวง
ไม่เคยกลัวเกรง ตัวเองต้องพึ่งตน 
อย่างน้อยฉันก็ภูมิใจที่ยังได้เกิดมาเป็นคน 
ได้สู้ทน ได้ดิ้นรนชีวิตบนถนน 
หลายครั้งที่ฉันล้มลงแต่ไม่เคยยอมเลยสักหน 
หลายครั้งสับสนกับความฉ้อฉลของสังคม 
เมืองที่วุ่นวายโวกเวก วิเวกและวกวน 
เดินชนปัญหากับกิเลสตันหา 
ที่มีเพียงใจของฉันเป็นเพื่อนให้คำปรึกษา 
อบายมุขล้มแล้วลุกสุขและทุกข์นี่ละหนา 
ดันเกิดมาเป็นมนุษย์มันช่างเป็นเรื่องธรรมดา

ไม่มีใครรักไม่มีใครสน แค่คิดถึงฝันฉันก็สุขล้น 
เท่านี้ฉันก็เพียงพอและไม่เสียใจ 
ก็มีหนึ่งวันที่คนจะสน และในวันนั้นตัวฉันคงหลุดพ้น 
ปล่อยใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอนอนก่อน

ถ้าคุณเดินตามรอยเท้าคนอื่น แล้วคุณจะมีรอยเท้าไว้ให้คนอื่นเดินตามเหรอ?

การเดินทางของสายลม#2

มีนกตัวหนี่งถามสายลมว่า….เหงาไหม
สายลมตอบ…ไม่เหงา
นกถามอีกว่า….ทำไม
สายลมตอบ…จะเหงาทำไม ในเมื่อ เราเป็นสายลม จะไปไหนมาไหนก็ได้

“อยากทำอะไรก็ทำ เบื่อๆก็เปลี่ยนที่ไป เหงาไม่เหงา มันอยู่กับตัวเราไม่ใช่ใคร”

นกถามอีกว่า….งั้นไม่อยากมีใคร ไปด้วยเหรอ งั้นเราไปเป็นเพื่อนไหม
สายลมตอบ ….ก็แล้วแต่ (แล้วเวลาก็ผ่านไป)
นกก็ยังคอยบินตามสายลมไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ
วันหนึ่งนกก็ถามสายลมอีกว่า….สายลมเธอทำไมไม่รู้จักอยู่กับที่ บ้าง เราตามเธอไม่ทันนะ
สายลมตอบ …ก็เราเป็นสายลมนะ
นกตัดพ้อ….แต่เราเป็นนกนะ มีชีวิต มีจิตใจ เราก็เหนื่อยเป็นนะ
สายลมพูด….แต่เราเป็นสายลม ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ
สายลมพูดเสร็จ ก็ลอยต่อไป ทิ้งให้นกน้อยลอยเคว้งคว้างอยู่คนเดียว จนตกต้องบินอย่างไร้จุดหมาย
ต้นไม้เห็นนกบินอย่างอ่อนแรงก็เลยถามว่า…เป็นอะไรเล่าเจ้านกน้อยทำไมดูแย่ขนาดนี้
นกตอบอย่างหงอยๆ… เปล่าเราแค่ต้องการพักหนะ
ต้นไม้ก็เสนอว่า…งั้น มาพักอยู่กับเราก็ได้เราไม่ไปไหนหรอก หายดีก็ค่อยไป
นกเหลียวไปมองต้นไม้แล้วพูดอย่างเศร้าสร้อย….ขอบใจนะขอพักสัก เดี๋ยวก็แล้วกัน
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ นกน้อยก็อาศัยอยู่ที่ต้นไม้นั้นเอง ต้นไม้ก็คอยเอาใจใส่

ให้ที่พักพิงให้ผลไม้ ให้กิ่งไม้ทำรัง นกก็คอยกำจัดแมลง แล้วช่วยเอาเมล็ดพันธิ์ของต้นไม้ไปตามที่ต่างๆ ทั้งสองอยู่กันอย่างมีความสุข
ส่วนสายลมก็ยังพัดไปเรื่อยๆ ในราตรีหนึ่งขณะที่สายลมกำลัง ลอยอาบแสงจันทร์อยู่นั้น ก็เห็นแสงเล็กๆแสงหนึ่ง

ค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นแมลงตัวหนึ่ง
สายลมสงสัยว่าทำไมแมลงตัวนี้จึ่งมีแสง….เจ้าแมลงน้องเจ้าชื่ออะไรนะ
เราชื่อ ห้อยหิ่ง (หิ่งห้อย เล่นมุขบ้างจะได้ไม่เครียดจนเกิดไป) แมลงตอบ
สายลมถาม….เจ้าจะไปไหนนะ
หิ่งห้อยตอบ….เราจะไปบนนู้น (ว่าพลางชี้ขาน้อยๆ ไปบนฟ้าไกล)
สายสมสงสัย…..บนนั้นมีอะไรฤา
หิ่งห้อยแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วยิ่งที่มุมปาก….เราจะไปหานางอันเป็นที่รักของเรา
สายสมแหงนหน้าไปไม่พอแมลง หรือ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ นอกจากดวงดาวที่พราวอยู่บนท้องฟ้า
เราไม่เห็นมีอะไร……… สายลมสงสัย
ดูดีๆ สิ…พูดเสร็จหิ้งห้อยก็ชี้ไปที่ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุด
นั้นไง ที่รักของเรา ….หิ่งห้อยพูดขึ้น
สายลมโพล่งออกมา ….นั่นมันดวงจันทร์
หิ่งห้อย ….ใช่ ดวงจันทร์ เรากำลังจะไปหาเธอ ไปละนะเจ้าสายลม(แล้วเจ้าหิ่งห้อยก็บินสูงขึ้นไป)
แต่สายลมก็ลอยตามไป…. เจ้าไปไม่ได้หรอก เจ้าไม่มีวันไปถึงนางได้หรอก มันไกลเกินไป
หิ่งห้อยได้แต่ยิ้มแล้วตอบอย่างมุ่งมั่น…. แต่เราจะไป
แล้วรวบรวมแรงใจบินทิ้งสายลมไว้เพียงลำพัง สายลมได้แต่บ่น…เราเตือนแล้วนะ
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ สายลมรู้สึกว่ามีอะไรหล่นมาบนตัว เป็นร่างที่ไร้วิญญาณของเจ้าแมลงตัวน้อยนั้นเอง

สายลมได้แต่พูดอย่างเศร้าสร้อย…เราเตือนแล้วนะ

ย้อนเวลากลับ มา หลังจากทีเจ้าแมลงทิ้งสายลมไว้ มันบินไปเรื่อยๆ บินสูงขึ้นไป

ความหนาวเหน็็บ อากาศที่เบาบาง ความแปรปรวณของท้องฟ้า แต่มันก็ยังบินขึ้นไป

แม้อ่อนแรงมันก็ยังบินสูงขึ้นไป จนแรงเฮือกสุดท้าย มันก็ยังไม่ย้อท้อขยับปีก

ทันใดนั้นเอง มันรู้สึกว่าปีกของมันก็เบาลง มันเคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งขึ้น มันพบว่าตัวมันเป็นแสง

เห็นร่างของตัวเองค่อยๆหล่นลงไป มันยิ้ม แล้วพูดว่า …ที่รักเรากำลังจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้
แล้วแสงเล็กๆนั้นก็พุ่งตรงขึ้นไป…………ไปสู่ดวงจันทร์ที่มันปรารถณา

การเดินทางของเจ้าหิ่งห้อยก็จบลง แต่การเดินทางของสายลมนั้นก็ยังคงต่อไป-

การเดินทางของสายลม#1

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว

สายลมขี้เหงา โดดเดี่ยว แต่แสนสุขใจ

ท่องเที่ยว เดินทาง ใช้ชีวิตเด็มที่

วันหนึ่ง ในท้องฟ้า สีครามสดใส

เสียงร่ำให้ เสียใจเศร้าโศก มาไกลๆ

สายลมแปลกใจ เสาะหา ที่มาเสียงโศกซึ้ง

พานพบ ปุยเมฆน้อย สีขาวตาแดง

เมฆน้อยหลงทาง พลัดพราก จากกลุ่ม

สายลมปลอบโยน พูดคุย ใส่ใจ

เมฆน้อยหัวเราะ มีรอยยิ้ม ร่าเริง

ทั้งสองเดินทาง สายลมพัดพา เมฆน้อยเคียงข้าง

สายลมไม่เหงา สดใส และสุขใจ

เมฆน้อยอุ่นใจ เคียงข้าง เคียงกัน

เติมเต็ม มีกัน เอียงอาย

วันหนึ่ง เมฆน้อย พานพบ กลุ่มเมฆใหญ่

กลุ่มเมฆ พบพาน ดีใจ

เมฆาน้อยออกห่าง แยกจาก สายลม

เมฆน้อยพูดคุย ใต่ถาม มีความสุข

สายลม เฝ้าคอย ชะเง้อหา

รอ คอย เนิ่นนาน

สายลมหันไป เมฆน้อยเป็นสุข สายลมสุขใจ

ถอนใจ ยิ้มละไม ถอยมา

เนิ่นนาน ไร้เสียง เมฆน้อยเอะใจ

เมฆน้อยหันมา ว่างเปล่า ไร้สายลม

สายลม จากไป หายไป

เมฆน้อยไม่โดดเดี่ยว สายลมจากไป หายไป

———————–

สายลมขี้เหงา โดดเดี่ยว แต่ร่ำไห้

ปุยเมฆน้อย ไม่เีดียวดาย เมฆน้อย ก็…………..?